วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551

PERT 2

การวิเคราะห์ข่ายงาน PERT/CPM

การวิเคราะห์ข่ายงาน PERT/CPM มีวัตถุประสงค์เพื่อหาวิถีวิกฤตของโครงการ ขั้นตอนการวิเคราะห์
ข่ายงานประกอบด้วย
การแยกแยะงาน (job berakdown) เป็นขั้นตอนการแจกแจงของกิจกรรมต่างๆ ที่จำเป็นต้องทำใน
โครงการทั้งหมดว่า มีกิจกรรมอะไรบ้างที่ต้องทำ กิจกรรมต่างๆ มีความสัมพันธ์กันอย่างไร กิจกรรมใดต้องทำก่อน กิจกรรมใดต้องทำหลัง
การประมาณการเวลาของกิจกรรม (activity time estimation) เป็นการประมาณการเวลาที่ต้องใช้ทำ
แต่ละกิจกรรมโดยอาศัยผู้ชำนาญงานในแต่ละกิจกรรม สำหรับข่ายงาน CPM การประมาณการจะทำ
โดยประมาณการเพียงค่าเดียว โดยถือว่าค่านี้มีความเป็นไปได้มากที่สุด มีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดความ
คลาดเคลื่อน




เขียนข่ายงาน (draw network) เมื่อได้แยกแยะกิจกรรมต่างๆ ที่ต้องทำตลอดจนความสัมพันธ์ของ
กิจกรรมต่างๆ ในโครงการ และประมาณการเวลาในการทำกิจกรรมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเขียนข่ายงานโดยอาศัยหลักการที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น


วิเคราะห์หาวิถีวิกฤต (critical path analysis) หลังจากเขียนข่ายงานเสร็จแล้วขั้นตอนสุดท้ายคือการหา
วิถีวิกฤตของข่ายงาน จากวิถีวิกฤตนี้จะทำให้ทราบถึงเวลาแล้วเสร็จของโครงการว่าเป็นเท่าใด และกิจกรรม
ใดบ้างที่อยู่ในวิถีวิกฤต ซึ่งจะทำไปสู่การวางแผนตัดสินใจเพื่อควบคุมโครงการ หรือเร่งรัดโครงการต่อไป


พื้นฐานการวิเคราะห์ข่ายงาน
ในการคำนวณหาวิถีวิกฤตจำเป็นต้องทราบถึงนิยามต่างๆ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ดังต่อไปนี้คือ

เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุด (earliest start, ES) หมายถึง เวลาเร็วที่สุดที่กิจกรรมจะสามารถเริ่มต้นทำได้
เวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุด (earliest finish, EF) หมายถึง เวลาเร็วที่สุดที่กิจกรรมสามารถทำเสร็จได้
เวลาเริ่มต้นช้าที่สุด (Latest start, LS) หมายถึง เวลาช้าที่สุดที่กิจกรรมจะสามารถเริ่มต้นได้ โดยไม่ทำ
ให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการล่าช้าไปกว่าที่วางแผนไว้
เวลาแล้วเสร็จช้าที่สุด (Latest finish, LF) หมายถึง เวลาช้าที่สุดที่กิจกรรมจะสามารถทำเสร็จได้ โดย
ไม่ทำให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการล่าช้าไปกว่าที่วางแผนไว้
เวลาลอยตัวอิสระ (free float, FF) หมายถึง เวลาที่กิจกรรมสามารถเลื่อนเวลาเริ่มต้นหรือทำล่าช้า
ออกไปจากที่กำหนด โดยไม่มีผลกระทบที่จะทำให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการเสร็จล่าช้ากว่ากำหนด และไม่มีผลทำให้กำหนดเวลาเริ่มต้นของกิจกรรมอื่นที่ตามหลังต้องเลื่อนตามไปด้วย

เวลาลอยตัวรวม (total float, TF) หมายถึง เวลาที่กิจกรรมสามารถเลื่อนเวลาเริ่มต้นหรือทำล่าช้า
ออกไปจากที่กำหนด โดยไม่มีผลกระทบที่จะทำให้เวลาแล้วเสร็จของโครงการเสร็จล่าช้ากว่าที่กำหนด แต่อาจทำให้เวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดของกิจกรรมที่ตามหลังเลื่อนตามไปด้วย

วิถีวิกฤต (critical path) เป็นวิถีที่ประกอบด้วยกิจกรรมที่มีเวลาลอยตัวเป็นศูนย์
การคำนวณเวลาเริ่มต้นเร็วที่สุด (ES) และเวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุด (EF) ทำโดยอาศัยหลักเกณฑ์สำคัญ 2
ประการ คือ
1. เวลาแล้วเสร็จเร็วที่สุดของกิจกรรมมีค่าเท่ากับเวลาเริ่มต้นเร็วที่สุดของกิจกรรมบวกกับเวลาที่ใช้ใน
การทำกิจกรรมนั้น ซึ่งสามารถเขียนเป็นความสัมพันธ์ คือ
EF = ES + t
เมื่อ t เป็นเวลาในการทำกิจกรรม
2. สำหรับวงกลมที่มีกิจกรรมเข้าเพียงกิจกรรมเดียว ES ของกิจกรรมต่างๆ ที่ออกจากวงกลมนั้น จะมี
ค่าเท่ากับ EF ของกิจกรรมที่เข้าสู่วงกลม แต่ถ้ามีกิจกรรมหลายกิจกรรมเข้าที่วงกลม ES ของ
กิจกรรมที่ออกจากวงกลมมีค่าเท่ากับค่า EF ที่มากที่สุดของกิจกรรมที่เข้าวงกลม

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2551

Bee Product Industry Co.,LTD.

ประวัติความเป็นมา
Exploer > ค้นพบ > research > develop

Vision
1 มุ่งมั่นสู่ความสากล
2 R&D
3 สร้างมาตรฐาน
4 รักษาคุณภาพ
5 พึงพอใจของผู้บริโภค
6 แหล่งข้อมูล องค์ความรู้

* Green clean and safty product

ปรัชญา คุณธรรม จริยธรรม นำธุรกิจ

การควบคุมการผลิตจากฟาร์ม
1 ฟาร์มผู้ผลิต ตรวจสอบจาก ห้องปฏิบัติการ การควบคุมมาตรฐาน GAP GMP HACCP
2 การควบคุมกาผลิต
3 การขนส่ง

อุปสรรค
- ความไม่รู้ (ให้การอบรม เปิดโอกาส องค์ความรู้)
- ทุน (เครื่องมือ เทคโนโลยี ได้รับการสนับสนุน จากหน่วยงานรัฐบาล

HR
- การยอมรับ
- หน้าที่ การทำงานเป็นทีม ความรู้ความสามารถ
- Knowlaged Based

การสนับสนุนเกษตรกร
ก่อตั้งสมาคมผู้เลี้ยงผึ้ง
การให้ความรู้ การจัดการ ด้านคุณภาพ
การประกันราคา

อุตสาหกรรมการเลี้ยงผึ้ง
สามารถเติบโตได้อีก อาศัย cluster ที่เข้มแข็ง ,พันธมิตรธุรกิจ ,ความรู้ + creative ,หน่วยงานของรัฐบาลต้องสนับสนุนอย่างเข้มแข็ง สร้างเครือข่าย และพัฒนาไปด้วยกันได้ ทำให้แต่ละส่วนใน cluster สามารถพึ่งพาตนเอง และสนับสนุนซึ่งกันและกัน ได้อย่างยั่งยืน

Good Governance
1 ซื่อสัตย์
2 เปิดเผย
3 รับผิดชอบ ตรวจสอบได้
4 ชอบธรรม
5 คุณภาพ
6 มาตรฐาน

วันพุธที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2551

เทคโนโลยีสู่ธุรกิจเกษตร : สวทช

เทคโนโลยีสู่ธุรกิจเกษตร

วิราภรณ์ จินดามณี
(คลัสเตอร์อาหารและการเกษตร) สวทช.
28 กันยายน 2551

ปัจจัยคุกคามด้านเกษตรและอาหาร
· global warming สภาวะอากาศ แล้ง น้ำท่วม ฤดูกาลเปลี่ยนไป โรคระบาดbiotic, abiotic stress
· การกีดกันทางการค้า biosecurity
· วิกฤตพลังงานอาหาร vs พลังงาน
· ขาดแคลนทรัพยากร น้ำ พื้นที่เกษตรเสื่อมโทรม/ใช้ไม่เหมาะสม
· ผู้บริโภค อาหารปลอดภัย คุณค่าทางโภชนาการ
· ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

คลัสเตอร์อาหารและการเกษตร :
6 โปรแกรมวิจัย
1. โปรแกรมกุ้ง
2. โปรแกรมยาง
3. โปรแกรมเมล็ดพันธุ์
4. โปรแกรมวิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจ
5. โปรแกรมเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์และเครื่องจักรกลเพื่อการเกษตรและอาหาร
6. โปรแกรมการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร

.
.
.
บทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
“ในอุตสาหกรรมอาหาร”


อุตสาหกรรมอาหารของไทย
1. อุตสาหกรรมแปรรูปปศุสัตว์ สินค้าที่สำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่ ไก่แช่เย็นแช่แข็ง สินค้าสำเร็จรูปจากเนื้อไก่และสุกร เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น หมูหยอง และหมูแผ่น เป็นต้น
2. อุตสาหกรรมประมง สินค้าที่สำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่ กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ปลาหมึกแช่เย็นแช่แข็ง ปลาทูน่ากระป๋อง อาหารทะเลอบแห้ง และอาหารทะเลกระป๋อง เป็นต้น
3. ผักและผลไม้แปรรูป สินค้าที่สำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่ สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรด ผักผลไม้ แช่เย็นแช่แข็ง ผักผลไม้กระป๋อง ผักผลไม้อบแห้งแช่อิ่ม และน้ำผลไม้อื่น ลำไย
4. ข้าวและผลิตภัณฑ์จากธัญพืช สินค้าที่สำคัญในกลุ่มนี้ ได้แก่ ข้าว แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งมันสำปะหลัง เส้นหมี่ และบะหมี่



โครงสร้างอุตสาหกรรมอาหารไทย
• อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมีรากฐานการผลิตที่เข้มแข็งกว่าประเทศในภูมิภาคเดียวกัน
• บริษัทแปรรูปอาหารรายใหญ่ส่วนใหญ่เน้นส่งออก
• มีการพึ่งพิงตลาดต่างประเทศค่อนข้างมาก

ปัจจัยที่มีผลต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหาร
• การเพิ่มขึ้นของประชากรวัยทำงานและแรงงานอายุน้อย ทำให้อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานและอาหารแปรรูปมีแนวโน้มขยายตัว เพราะสอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิต
• มีความคำนึงถึงแบรนด์สินค้ามากขึ้น และเปลี่ยนรูปแบบการจับจ่ายมาเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้า เพราะความสะดวกและหลากหลายของสินค้า
• การขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก ทำให้รูปแบบสินค้ามีการพัฒนาและมีลู่ทางด้านการตลาดเร็วขึ้น เช่น อาหารแช่แข็ง
• การเพิ่มขึ้นของกลุ่มคนที่เป็นห่วงสุขภาพทำให้เกิดอุปสงค์สำหรับสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ และ Functional Food
• การเพิ่มขึ้นของจำนวนโรงแรม รีสอร์ท และสถานบริการนักท่องเที่ยว
• นักท่องเที่ยวต่างชาติและความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลต่างประเทศมีมากขึ้น
• การใช้วัตถุดิบนำเข้าเพื่อแปรรูป ทำให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และสินค้าหลากหลายได้ต่อเนื่อง
• ความสนใจและให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้บริโภค
• การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค ทำให้เกิดการลงทุนผลิตสินค้าพร้อมรับประทานและอาหารแช่แข็ง
• การเติบโตของธุรกิจอาหารฟาสต์ฟูดส์ เร่งให้อุตสาหกรรมอื่นๆ ขยายตัว เช่น เบเกอร์รี่ ผลิตภัณฑ์นม รวมทั้งอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์
• การยกระดับคุณภาพมาตรฐานการผลิต เพื่อรักษาตลาดและศักยภาพด้านการแข่งขัน เช่น สินค้าอาหารทะเลแปรรูปของไทย ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 4 ในเอเชีย

อุตสาหกรรมอาหารในศตวรรษที่ 21
· Food Safety
· Regulation/ Standards
· Food Security


ศักยภาพการแข่งขันของอุตสาหกรรมอาหารของไทย
ความได้เปรียบของประเทศไทย

• เป็นแหล่งวัตถุดิบ
• มีรากฐานเทคโนโลยีเป็นของตนเอง
• แรงงานมีฝีมือ มีความปราณีต เป็นที่ยอมรับของทั่วโลก
• การสนับสนุนของภาครัฐ เช่น ปี 2547 “ครัวไทยสู่โลก” และ ปี 2549 “ปีอาหารปลอดภัย”

อุปสรรคที่ส่งผลกระทบ
• อิทธิพลของผู้ค้าอาหารรายใหญ่
• มาตรการต่างๆ เช่น Food Safety, WTO, FTA
• การถดถอยของเศรษฐกิจโลก

ปัญหาและอุปสรรค
• บุคลากรที่มีความสามารถด้าน R&D และตรวจวิเคราะห์อยู่ในภาคธุรกิจค่อนข้างน้อย
• ผลงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์มีมาก แต่ได้รับความสนใจน้อย
• ขาดแคลนข้อมูลและผลงานวิจัยด้านความปลอดภัยอาหาร
• ขาดการให้บริการด้านการตรวจวิเคราะห์ที่เพียงพอ
• ขาดการบริหารจัดการที่ดีตลอดห่วงโซ่อาหาร

กลยุทธ์/แนวทางแก้ปัญหา
• เน้นผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
• พัฒนางานวิจัยและฐานข้อมูลด้านความปลอดภัยเพื่อสนับสนุนและต่อรองทางการค้า
• พัฒนาศักยภาพการตรวจวิเคราะห์ทั้งในส่วนของบุคลากรและเทคนิค/ห้องปฏิบัติการ
• ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งในส่วนของบุคลากร และโจทย์วิจัยที่ตรงกับความต้องการ

บทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
Raw material
• Improve quality
• Increase productivity
• Extended shelf-life

Processing
• Increase productivity
• Reduced cost
• Waste utilization
• Quality improvement

Product
• packaging
• New and innovation product
• Diversified verities of products
• Safety, quality and standard


(หัวข้ออื่น ของ สวทช ดูในสไลด์ได้ , อ.อารี ถามในห้องว่าจากการฟังบรรยาย นศ.สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ หรือ เกิดไอเดีย เกี่ยวกับธุรกิจเกษตรอย่างไร ,จับประเด็นที่สนใจ ค้นคว้าต่ออีกซักหน่อย + ขยายความ เตรียมๆไว้ ตอบในห้องสอบ 1 ข้อ ,,)

final exam on 4th Oct 08



วิชาอ.ลักษมี
หัวข้อ
*การวิเคราะห์กรณีศึกษา (ไก่ย่าง ,7-11 ,แมคโคร)
*การวิเคราะห์ปัจจัยอื่นๆเพิ่มเติม
*value chain พลวัตรทางคุณค่า
*กลยุทธ์ระดับธุรกิจ







มีชีทอะไรเตรียมไปวันสอบด้วย เผื่อ open book




วิชาอ.อารี
* สวทช 1 ข้อ
* อ.ปุ่น ,PERT/CPM ,+ Monte carlo (มั้ง)


* เบทาโกร
---> ผลิตอาหารสุขภาพ ,ปลอดภัย
การตรวจสอบย้อนกลับ RFID }}

การป้องกันการติดเชื่อในฟาร์ม

ฐานการผลิตการเกษตร อาหารคน+อาหารสัตว์ (หมู ไก่เนื้อ ไก่ไข่)

เครือข่ายธุรกิจ

การจัดการสินค้าคงคลัง

* contract farm , โครงการจ้างเลี้ยง
เกษตรกรเป็นผู้ลงทุน เบทาโกร ศึกษาศักยภาพของเกษตรกรแต่ละราย มีการส่งเสริมด้านองค์ความรู้ต่าง ๆ คำนวณการเลี้ยง การให้อาหาร ผลตอบแทนและระยะเวลาการคืนทุน ,เบทาโกรมีบริษัทรับสร้างโรงเรือน e-vap ชื่อ B-inter

โรงเรือนระบบ Evap ย่อมาจาก Evaporative Cooling Greenhouse

หลักการของโรงเรือนระบบ Evap. ก็คือโรงเรือนที่ควบคุมสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงสัตว์ โดยการระบายความร้อนที่อยู่ภายในโรงเรือนด้วยการระเหยน้ำ กล่าวคือเป็นระบบที่คอยจัดการกับความร้อนที่เกิดขึ้นกับตัวสัตว์ ตัวโรงเรือน โดยการพาความร้อนดังกล่าวนี้ออกนอกโรงเรือน ความร้อนมันไปเองไม่ได้จึงต้องอาศัยพัดลมระบายอากาศดูดออก เมื่ออากาศภายในถูกดูดออก อากาศภายนอกจะเข้ามาแทนที่ โดยจะควบคุมให้อากาศภายนอกเข้ามาแทนที่ผ่านทางช่องที่ติดตั้งแผ่นระเหยน้ำ (Cooling pad) โรงเรือนในส่วนอื่นๆ จะต้องปิดให้มิดชิด

1. ต้องปิดโรงเรือนให้มิดชิด

2. ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ

3. ติดตั้งแผ่นระเหยน้ำ ปั๊มสูบน้ำ และระบบน้ำหมุนเวียน

4. Microprocessors ที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น


คำนวณค่า

FCR ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหาร (Feed conversion ratio, FCR)
FCG ต้นทุนค่าอาหารต่อน้ำหนักสุกรที่เพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัม (Feed cost per weight gain, FCG)


* HR
ทรัพยากรมนุษย์ R&D ทุกสายงาน


00 ผลิตภัณฑ์ใหม่ เนื้อหมู s pure ที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวณะ ทั้งในอาหารและยา , โดยการผลิตอาหาร ก็จะแยกสายการผลิตออกจากสายปกติโดยเด็ดขาด