การวางแผนและควบคุมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1 โครงการต้องมีกิจกรรมหรืองานย่อยอะไรบ้าง มีความสัมพันธ์อย่างไร ลำดับขั้นตอน
2 ระยะเวลา
3 กิจกรรมวิกฤติ critical cativity ที่มีผลกระทบต่อเวลาแล้วเสร็จทั้งโครงการ
4 ความยืดหยุ่นในแต่ละกิจกรรม ที่จะไม่มีผลต่อเวลาแล้วเสร็จ
5 สามารถเร่งกิจกรรมใดที่ลดต้นทุนได้ โดยไม่กระทบกับประสิทธิภาพ
การวิเคราะห์ข่ายงาน PERT/CPM
* แยกแยะงาน Job breakdown
* ประมาณการเวลาของกิจกรรม activity time estimation ,คลาดเคลื่อนน้อยที่สุด
PERT Chart
+ เป็นแผนภาพแสดงกิจกรรมของโครงการที่เชื่อมโยงกันในลักษณะของเครือข่าย ทำให้ทราบว่าจะต้องดำเนินกิจกรรมใดให้เสร็จสิ้นก่อนกิจกรรมถัดไป
+ โดยแต่ละกิจกรรมแทนด้วยวงกลม และเชื่อมโยงด้วยลูกศร เรียกว่า Node บอกให้ทราบถึงจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด
+ เหมาะสำหรับโครงการใหม่
+ กำหนดเวลาของ Chart เป็นการกำหนดในรูปความน่าจะเป็น Probabilistic
CPM Chart : เหมาะสำหรับโครงการที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต มีข้อมูลและกำหนดเวลาได้อย่างแน่นอน Deterministic
เส้นทางวิกฤต Critical Path : เส้นทางที่ใช้เวลาดำเนินกิจกรรมของโครงการ นานที่สุด หาเส้นทางที่เหลือเวลาน้อยที่สุด ใช้เวลานานที่สุด
การกำหนดระยะเวลาด้วย Statistic
- แยกแยะกิจกรรมของโครงการ
- กำหนดกิจกรรมที่ต้องดำเนินให้เสร็จสิ้นก่อนกิจกรรมต่อไป
- กำหนดระยะเวลาทั้งหมด 3 ค่า
/ เวลาทำกิจกรรมให้เสร็จสิ้นเร็วสุด Optimistic
/ เวลาทำกิจกรรมให้เสร็จสิ้นช้าที่สุด Pessimistic
/ เวลาทำกิจกรรมให้เสร็จสิ้นที่เป็นไปได้มากที่สุด Realistic
ขั้นตอนที่ 1 แยกแยะ กิจกรรมของโครงการ
1-........
ขั้นตอนที่ 2 กำหนดกิจกรรมก่อนหน้า (กำหนดระยะเวลาแต่ละกิจกรรม)
ขั้นตอนที่ 3 คำนวณหาระยะเวลาที่คาดหวัง
ขั้นตอนที่ 4 วาดแผนภาพ PERT/CPM
ขั้นตอนที่ 5 คำนวณหาเส้นทางวิกฤต
1 เริ่มหาจากวันแรกสุด
2 เริ่มหาจากวันสุดท้าย
3 คำนวณหาค่าเวลายืดหยุ่น Slack Time
ข้อแตกต่างระหว่าง Gantt และ PERT/CPM
Gantt Chart
- เหมาะสำหรับโครงการที่มีขนาดเล็ก
- สามารถแสดงให้เป็นถึงกิจกรรมที่ทำในเวลาเดียวกันได้
- แสดงกิจกรรมที่สำคัญต่อโครงการได้ Critical Path
PERT/CPM Chart
- เหมาะสำหรับโครงการที่มีขนาดใหญ่
- สามารถแสดงกิจกรรมที่สำคัญได้ ทำให้มีการควบคุมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น